ลมยาง-การเติมลมยางสำคัญอย่างไร

ลมยางลมยาง-การเติมลมยางสำคัญอย่างไร
ยางรถยนต์ถือเป็นส่วนหนึ่งของรถที่มีความสำคัญมากที่สุด เพราะหากรถยนต์ไม่มีล้อ-ยาง การที่จะเคลื่อนที่ไปให้ถึงจุดหมายนั้นคงเป็นไปได้ยากหรือแทบเป็นไปไม่ได้เลย และ ยางรถมันจะสมบูรณ์อยู่ได้และทำงานได้ดีส่วนหนึ่งก็เพราะลมที่ถูกบรรจุอยู่ในยาง เราลองมาดูกันหน่อยสิว่า ลมยางนั้นสำคัญอย่างไร และเราจะใช้มันอย่างไรให้เกิดประโยชน์ และรักษายางรถของเราให้ใช้งานได้นานๆ

ความดันลมยาง ยางทุกเส้นต้องถูกเติมลมก่อนใช้งาน เพื่อลดแรงกระแทกระหว่างรถยนต์และพื้นถนนลมยางทุกเส้นจะอ่อนลงเมื่อใช้งานไประยะหนึ่งจึงควร เช็คและเติมลมยางสม่ำเสมออย่างน้อยเดือนละครั้ง การเติมลมยางควรเติมขณะที่ยางยังเย็นอยู่หรือวิ่งไม่เกิน 2 กม. ตรวจเช็คลมยางควรใช้ เกจ์วัดลมที่มาตรฐานความดันลมและการขับขี่ การเติมลมยางที่ถูกต้องตามกำหนดจะทำให้ดอกยางทุกส่วนสัมผัสผิวถนน ส่งผลให้ยางมีอายุการใช้งานตลอดอายุเพิ่มความนุ่มนวลและปลอดภัยขณะขับขี่ และยังช่วยให้คุณประหยัดค่าน้ำมันมากขึ้นด้วย

ลมยาง 3ข้อควรระวังในการเติมลมยาง

การเติมลมยางนั้นควรเติมลมให้ยางทั้ง 4 เส้นเติมลมเท่ากัน หากเติมไม่เท่ากันอาจส่งผลให้รถยนต์เสียการควบคุมได้ง่ายเมื่อเบรกหยุด หรือเร่งระดับความเร็ว รวมถึงส่งผลให้ความสมดุลของล้อรถเสีย และยังทำให้ยางสึกไม่เรียบด้วย

การเติมลมยางมากเกินไป จะส่งผลให้หน้ายางเกาะถนนได้ไม่เต็มหน้ายาง ส่งผลให้รถมีโอกาสลื่นไถลเวลาเข้าโค้ง หรือ เมื่อเบรกหรือหยุดรถ นอกจากนี้การเติมลมมากเกินไปจะทำให้รถเกิดการกระเทือนมากกว่าปกติ เนื่องจากความยืดหยุ่นของยางลดลง ส่งผลให้โครงสร้างยางเสียหาย เนื่องจากผ้าใบตึงเครียดยางถูกบาดง่าย และดอกยางตอนกลางสึกเร็วกว่าด้านข้างทั้งสอง

การเติมลมยางน้อยเกินไป อาจมีผลดีเรื่องการยึดเกาะถนนโดยเฉพาะเวลาเข้าโค้ง แต่ก็จะส่งผลร้ายให้แก้มยางมีการยืดและหดตัวมากกว่าปกติ ทำให้ยากเกิดความร้อนสูงมากส่งผลให้ยางร่อน หรือผ้าใบหักง่าย และดอกยางด้านข้างทั้งสอง สึกเร็วกว่าตอนกลาง

ควรปิดฝาจุ๊บลมตลอดเวลา ควรปิดฝาวาล์วยาง หรือฝาปิดจุ๊บลม ให้สนิทตลอดเวลาเพื่อป้องกัน เศษดิน ฝุ่น และความชื้น ซึมเข้าไปในยาง และป้องกันไม่ให้ลมซึมออกซึ่งจะก่อให้เกิดผลเสียต่อยางส่งผลให้อายุการใช้งานของยางสั้นลง

การสลับยางรถยนต์ หากเราใช้ไปนานๆควรมีการสลับยางบ้าง เพื่อให้ยางรถยนต์นั้นมีการสึกของดอกยางที่เท่าๆกันทุกเส้น โดยปกติควรมีการสลับยางทุก 10,000 กม. และหากยาง ซ้าย-ขวา เกิดการสึกของดอกยางที่ไม่สม่ำเสมอกัน แนะนำให้นำรถเข้าตรวจเช็คศูนย์ถ่วงล้อ ตรวจสอบความสมดุลของล้อ ตลอดจนระบบช่วงล่างของรถ เพื่อความปลอดภัยของการขับขี่

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>